ไพล

ไพล

ไพล เป็นสมุนไพรที่คนรุ่นใหม่ส่วนใหญ่จะได้รู้จัก หรือคุ้นชื่อจากลูกประคบสมุนไพร แก้ปวดเมื่อย คลายเส้น คลายกล้ามเนื้อ ซึ่งมีไพลเป็นส่วนประกอบหลัก แต่สรรพคุณของไพลไม่ได้มีเพียงแค่นี้ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน คนไทยยังนำไพลมาใช้ประโยชน์ทางยากันอย่างต่อเนื่อง และยิ่งมีการพัฒนาการแปรรูป ให้ไพล มีความสะดวกในการนำมาใช้ด้วยแล้ว ตลาดของไพลจึงขยายวงกว้างขึ้น

สรรพคุณยาใช้ภายนอกของ ไพล

  1. ผสมในลูกประคบ แก้ปวดเมื่อย
  2. เป็นยาใส่แผล
  3. ใส่ในหม้อต้มน้ำสมุนไพร ใช้อาบ อบ และประคบ
  4. ใช้เป็นยารักษาอาการเคล็ดขัดยอก ปวดเมื่อย ฟกช้ำ

วิธีนำไพลมาใช้ประโยชน์ ของยาภายนอก
แก้ปวดเมื่อย เคล็ด ขัดยอก
วิธีที่ 1 นำเหง้าไพลสดมาตำ คั้นน้ำ ทาบริเวณที่ปวดเมื่อย ขัดยอก

วิธีที่ 2 ตำเหง้าไพลสดให้ละเอียด ผสมเกลือเล็กน้อย คลุกเคล้าให้ทั่ว แล้วนำมาห่อผ้าทำเป็นลูกประคบ อังไอน้ำให้ความร้อน ประคบบริเวณที่ปวดเมื่อย เช้า และเย็น จนกว่าอาการจะหาย

วิธีที่ 3 ทำเป็นน้ำมันไพล โดยใช้ไพลสด 2 กิโลกรัม ทอดในน้ำมันพืชร้อน ๆ ประมาณ 10 นาที กรอง รอจน น้ำมันอุ่นๆ จึงใส่ การบูรลงไป 4 ช้อนชา เทใส่ภาชนะที่มีฝาปิดสนิท รอจนเย็นจึงเขย่าการบูรให้ละลาย ได้เป็นน้ำมันไพล ใช้ทาถูนวดเมื่อปวดเมื่อย วันละ 2 ครั้ง เช้า และเย็น

วิธีที่ 4 ช่วยรักษาอาการเคล็ดขัดยอก ฟกช้ำบวม ข้อเท้าแพลง ด้วยการใช้หัวไพลนำมาฝนแล้วทาบริเวณที่มีอาการฟกช้ำบวมหรือเคล็ดขัดยอก

วิธีที่ 5 ใช้เหง้าสด 1 แง่ง นำมาฝานเป็นชิ้นบาง ๆ แล้วต้มรวมกับสมุนไพรชนิดอื่น ๆ เนื่องจากไพลจะมีน้ำมันหอมระเหย (เหง้าสด) ช่วยแก้อาการเคล็ดขัดยอก ฟกช้ำบวม ข้อเท้าแพลง

ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ :
เหง้าไพล ที่นำมาใช้เป็นยาควรมีอายุไม่ต่ำกว่า 3 ปี จะมีน้ำมันหอมระเหยประมาณ 0.8 เปอร์เซนต์ ซึ่งมีองค์ประกอบ หลักเป็นสารกลุ่ม terpenoid และ phenylbutanoid เช่น a-pinene , sabinene, a-terpinene, terpinen-4-o1 เป็นต้น และมีสารสีเหลือง ชื่อ curcumin

ยาทาแผลพุพอง หนองฝี หรือโรคผิวหนังบางชนิด
ไพลมีฤทธิ์ต้านจุลชีพได้ หลายชนิด เช่น ต้านเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดหนองฝี ต้านเชื้อราบางชนิด ที่ทำให้เกิดโรคผิวหนังได้

  • ใช้เป็นยาสมานแผล โดย นำเหง้าสด 1 แง่ง มาฝานเป็นชิ้นบางๆ แล้วต้มรวมกับสมุนไพรชนิดอื่น ๆ เนื่องจากไพลจะมีน้ำมันหอมระเหย (เหง้าสด)
  • แก้ผดผื่นคัน
    นำเหง้ามาบด ทำเป็นผงผสมกับน้ำ หรือจะใช้เหง้าสดนำมาล้างให้สะอาด ฝนแล้วทาบริเวณที่เป็นก็ได้เช่นกัน
  • แก้เล็บถอด
    ใช้เหง้าสด 1 แง่ง (ขนาดเท่าหัวแม่มือ) มาตำให้ละเอียดแล้วผสมกับเกลือและการบูร อย่างละครึ่งช้อนชา แล้วนำมาใช้พอกบริเวณที่เป็นหนอง โดยควรเปลี่ยนยาที่ใช้พอกวันละ 1 ครั้ง

ส่วนที่นำมาใช้เป็นยาภายนอก

  • ใบ
    ช่วยแก้เมื่อย แก้อาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ปวดตามร่างกาย
  • เหง้า
    ช่วยรักษาโรคผิวหนัง
    ช่วยลดอาการอักเสบ แก้ปวด บวม เส้นตึง เมื่อยขบ
    ช่วยรักษาฝี
    ช่วยดูดหนอง
    ช่วยแก้ผดผื่นคัน
    ใช้ทาเคลือบแผลเพื่อป้องกันอาการติดเชื้อได้
    ช่วยรักษาโรคเหน็บชา
    ใช้เป็นยาชาเฉพาะที่
    ใช้เป็นยาสมานแผล
    ใช้เป็นยาแก้เล็บถอด
    ใช้ต้มกับน้ำอาบหลังคลอดของสตรีได้

สรรพคุณยาใช้ภายใน ของไพล
มีฤทธิ์แก้บิด
ช่วยขับลม
แก้หอบหืด ช่วยให้ปอดทำงานดีขึ้น
มีฤทธิ์ลดการอักเสบ
ช่วยต้านการเต้นของ หัวใจที่ผิดปกติ
ช่วยฆ่าเชื้ออสุจิ
ช่วยต้านการฝังตัวของตัวอ่อนในมดลูก และต้านเชื้อ แบคทีเรีย
ช่วยรักษาอาการประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอหรือมาน้อยกว่าปกติ
ช่วยขับน้ำคาวปลาในสตรีหลังคลอดบุตร
ช่วยคล้ายกล้ามเนื้อเรียบ ช่วยลดการบีบตัวของมดลูกและลำไส้ รวมไปถึงกระเพาะอาหาร
ช่วยต้านเชื้อรา เชื้อจุลินทรีย์ และเชื้อแบคทีเรีย

วิธีนำไพลมาใช้ประโยชน์ของยาภายใน

  • ยารักษาหอบหืด
    ใช้เหง้าแห้ง 5 ส่วน, ดีปลี 2 ส่วน, พริกไทย 2 ส่วน, กานพลู 1/2 ส่วน, พิมเสน 1/2 ส่วน นำมาบดผสมรวมกัน
    ใช้ผงยา 1 ช้อนชาชงกับน้ำร้อนแล้วรับประทาน หรือจะปั้นเป็นยาลูกกลอนด้วยการใช้น้ำผึ้ง ขนาดเท่าเม็ดพุทรา แล้วรับประทานครั้งละ 2 ลูก โดยต้องรับประทานติดต่อกันเรื่อย ๆ จนกว่าอาการจะดีขึ้น
  • ยาท้องอืด ท้องเฟ้อ แก้ท้องขึ้น ท้องเดิน ช่วยขับลมในลำไส้ นำเหง้าแห้งมาบดเป็นผง แล้วรับประทานครั้งละ 1 ช้อนชา ด้วยการนำมาชงกับน้ำร้อน และผสมเกลือเล็กน้อยแล้วนำมาดื่ม
  • ยาแก้ปวดท้อง ท้องเสีย แก้บิด บิดเป็นมูกเลือด ใช้เหง้าสดประมาณ 4-5 แว่น นำมาตำให้ละเอียด แล้วคั้นเอาแต่น้ำ เติมเกลือครึ่งช้อนชาแล้วนำมารับประทาน หรือจะฝนกับน้ำปูนใสรับประทานก็ได้เช่นกัน

ส่วนที่นำมาใช้เป็นยาภายใน

  • ดอกไพล
    ช่วยขับโลหิตและกระจายเลือดเสีย กระจายเลือดที่เป็นลิ่มเป็นก้อน
  • ต้นไพล
    ช่วยแก้ธาตุพิการ หรือแก้อุจจาระพิการ
  • ใบ
    ช่วยแก้ไข้
    ช่วยแก้อาการครั่นเนื้อครั่นตัว
  • หัวไพล
    ช่วยแก้อาเจียน อาการอาเจียนเป็นโลหิต
    ช่วยแก้อาการปวดฟัน
  • เหง้า
    ช่วยขับโลหิต
    ช่วยรักษาโรคที่บังเกิดแต่โลหิตออกทางปากและจมูก
    ช่วยแก้อาการท้องผูก
    ช่วยสมานแผลในลำไส้ แก้ลำไส้อักเสบ
    ช่วยทำให้ประจำเดือนมาเป็นปกติ
  • หัวไพล, เหง้า
    ช่วยขับระดู ประจำเดือนของสตรี ขับเลือดร้ายทั้งหลาย และแก้มุตกิดระดูขาว
  • ราก
    ช่วยแก้เลือดกำเดาไหลออกทางจมูก

ข้อควรระวัง ในการใช้ประโยชน์จากไพล

  1. การรับประทานในปริมาณที่สูง หรือการใช้ติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน อาจทำให้เกิดพิษต่อตับได้ และยังไม่มีความปลอดภัยที่จะนำมาใช้เป็นยารักษาโรคหืด และไม่ควรนำมารับประทานแบบเดี่ยวๆ ติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน นอกจากจะมีการขจัดสารที่เป็นพิษต่อตับออกไปเสียก่อน
  2. การใช้ครีมไพล ห้ามใช้ทาบริเวณขอบตา เนื้อเยื่ออ่อน และบริเวณผิวหนังที่มีบาดแผล หรือมีแผลเปิด
  3. ไม่แนะนำให้ใช้สมุนไพรชนิดนี้กับสตรีมีครรภ์ หรืออยู่ระหว่างการให้นมบุตร และเด็กเล็ก

ติดตามวิธีปลูก และการใช้ประโยชน์ด้านอื่นๆ กันต่อ ในบทความ รวยง่ายๆ ด้วย การปลูกไพล นะคะ

ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม : คลิ๊กที่นี่
(แหล่งข้อมูล : www.medthai.com, www.banhealthy.com, www.halsat.com)

Comments

comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *